ที่มา : http://www.akibakko.net

จำไว้นะครับ เวลาเล่นเกมทุกครั้ง ควรงดสูบบุหรี่ชั่วคราว

แต่ถ้าจะให้ดี เลิกสูบไปเลยจะเป็นผลดีต่อชีวิตในภายภาคหน้านะครับ 

 

ที่มา : มติชน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยกรณีที่พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เสนอให้จัดตั้งสำนักสงฆ์โดยเฉพาะให้กับพระสงฆ์ และสามเณร ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ เพื่อป้องกันประชาชนขาดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จนไม่มีใครอยากบวชเรียนว่า โดยปกติคนที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศไม่สามารถบวชเป็นพระสงฆ์ได้อยู่แล้ว เพราะมีระเบียบ และข้อกำหนดไว้ชัดเจน อีกทั้งหากพบว่าผู้ที่มาบวชเป็นพะสงฆ์นั้นมีจิตใจ และพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศก็จะต้องถูกจับสึกทันที ทั้งนี้ ตนจะไม่นำเรื่องนี้เข้าไปหารือในที่ประชุมมหาเถรสมาคมในวันที่ 30 เมษายน เนื่องจากมีความเป็นไปได้ยากมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศก็ยังสามารถถือศีล ปฏิบัติธรรมได้ตามปกติ แต่ไม่สมควรที่จะมาเป็นนักบวชเท่านั้นเอง



นายเสถียร วิพรมหา เลขาธิการเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของพระพยอม เพราะการจะแยกพระภิกษุ และสามเณรที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศออกไปตั้งเป็นสำนักสงฆ์โดยเฉพาะ จะยิ่งเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศมาบวชเป็นพระสงฆ์ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาอย่างไม่จบสิ้น เพราะผู้ที่จะบวชเป็นพระสงฆ์นั้น จะต้องมีคุณสมบัติตามที่พระธรรมวินัยกำหนด คือต้องอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี มีศรัทธาที่จะบวชในพุทธศาสนา ไม่เคยทำความผิดเสียหายต่อแผ่นดิน ไม่มีคดีความทางอาญา และแพ่ง และมีความประพฤติดี สิ่งสำคัญคือต้องมีจิตใจปกติ ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศนั้น ไม่สามารถบวชเป็นพระสงฆ์ได้
"อย่างไรก็ตาม อยากให้เจ้าอาวาสตะหนักกับการคัดเลือก หรืออนุญาตให้คนเข้ามาบวชมากกว่านี้ โดยให้เจ้าอาวาสให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดก่อนอนุญาต ซึ่งจะช่วยคัดกรองคนที่มาบวชได้อย่างดี รวมทั้งคนที่จะมาขอบวชต้องยึดถือกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิด ดังนั้น การแก้ปัญหาควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ ทั้งนี้ การห้ามคนที่เป็นเกย์ หรือตุ๊ดบวชนั้น ไม่ใช่เป็นการปิดกั้นเสรีภาพแต่อย่างใด แต่เป็นการยึดหลักตามพระวินัย จึงไม่อยากให้คิดว่าเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ" นายเสถียรกล่าว



น.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ได้รับร้องเรียนจากเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมว่ามีภาพพระสงฆ์กำลังยืนกอดกับผู้ชายที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง และภาพขณะกำลังเล่นน้ำตก ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ตามอินเตอร์เน็ตไปทั่ว ซึ่งเป็นกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ขัดต่อสมณเพศ และภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ ขณะนี้ตนสั่งให้เครือข่ายเฝ้าระวังฯ ตรวจสอบว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวว่าใช่พระสงฆ์หรือไม่ และอยู่วัดไหน ทั้งนี้ ตนจะประสานงานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้ช่วยตรวจสอบว่ากลุ่มคนที่อยู่ภาพใช่พระสงฆ์หรือไม่ 

+ + + + + + + + + + + + + + ++

เชื่อว่าพระดีๆยังมีอีกเยอะแยะมากมาย 

แต่กรณีพระมั่วกับสีกาก็ว่าทำศาสนาเสื่อมแล้วนะ แต่นี่เล่นถึงขนาดมั่วอุบาสกแบบนี้

อย่าเกิดเป็นมนุษย์ให้อายหมาที่ไปแย่งเกิดจะดีกว่า 

ที่มา : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1078928

 


พูดแบบนี้อาจตีขลุมเกินไป เพราะในหมู่คนดู บางกลุ่มอาจจะอยู่ "ชั้น 7" บริเวณที่มีความสุขสุดสุดแบบเดียวกับช่อง 3 คนทำ ""สวรรค์เบี่ยง"" ละครกระแสแรง ที่ตอนนี้เรตติ้งผู้ชมพุ่งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ขณะที่คนดูอีกกลุ่มก็ออกอาการ "รับไม่ได้" กับพฤติกรรมตัวละครที่ก้าวร้าว รุนแรง ด่าพ่อ ล่อผู้หญิงไปข่มขืน แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฯลฯ ซึ่งนับวันความเห็นของคนดูทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็ยิ่งแตกต่างอย่างสุดขั้ว

ด้วยฝ่ายที่ชอบก็ชอบมาก ส่วนที่ไม่ชอบก็ถึงขั้นรับไม่ได้ และหลายคนประกาศจะเลิกดู ซึ่งจริงไม่จริงอย่างไร ไม่รู้ รู้แต่ "สมรักษ์ ณรงค์วิชัย" ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ ช่อง 3 บอกว่าเท่าที่ทีมงานสำรวจมา พบว่าคนเปิดทุกบ้าน ส่งผลให้ละครได้รับความนิยมอย่างที่ตั้งใจไว้

ส่วนเรื่องไม่ตั้งใจ แต่ก็เกิดขึ้นมากมายคือเสียงวิจารณ์นั้น เขาก็ว่า อยากจะให้ดูเหตุผลและที่มาที่ไปของเรื่อง

"คนเขียนบทหาเหตุผลของเรื่องให้แล้ว และเราพยายามทำให้สมควรกับเหตุที่ต้องทำ ทำให้เห็นว่าที่พระเอกทำขนาดนี้เพราะแม่เลี้ยงเริ่มก่อสงคราม"

อย่างไรก็ตาม ฉากข่มขืน ที่แฟนๆ บ่นว่าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ประเภทซ้ำแล้วซ้ำอีกนั้น สมรักษ์ว่ามีไม่เยอะหรอก เพราะอีกเดี๋ยวพอพ่อพระเอกตาย นางเอกก็หนีออกจากบ้านแล้ว

"แล้วอย่าดูเป็นซีนๆ ดูเป็นซีนมีปัญหาทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนังชาติไหน ต้องดูภาพรวม ว่ามีการวางเหตุผลและโครงเรื่องทั้งหมดไว้อย่างไร"

ซึ่งในความเห็นของเขาแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เนื้อหาดี แม้ "กฤษณา อโศกสิน" จะเขียนไว้หลายสิบปีแล้ว แต่เรื่องลูกที่มีปัญหาจากการเลี้ยงดูของครอบครัวก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม

"เราตีแผ่ว่าปัญหาเกิดมาจากตรงไหน เป็นการสะท้อนสังคม ไม่ได้อยากจะมันอย่างเดียว"

พิสูจน์ได้จากภาพในหลายๆ ฉาก แม้กระทั่งฉากข่มขืนที่พูดกันนักหนา ว่าบางทีนางเอกถูกข่มขืนคืนเดียวตั้ง 3 ครั้ง

"ทางภาพไม่มีเลยนะ" เขายืนยัน

"เป็นการจินตนาการกัน เพราะในละครพอล้มตัวแล้วก็จบ แต่เป็นอะไรที่คนคิดกันต่อเอง เราไม่ได้ทำอะไรให้ชัดเจนขนาดนั้น

"เราพยายามทำอะไรที่หลากหลาย ตอบโจทย์คนดูหลายๆ โจทย์ โดยระมัดระวังและแคร์สังคม แต่นี่เป็นเรื่องของมุมมองที่ต่างกัน"


เหมือนเรื่อง ""จำเลยรัก"" ที่เขาว่าจริงๆ เป็นเรื่องของความกตัญญู แต่คนก็พูดแต่เรื่องตบจูบอย่างเดียว

"สวรรค์เบี่ยง พ่อเลี้ยงลูกไม่ดี จนลูกบกพร่องทางจิต เราก็พยายามถ่ายทอดตรงนี้ ต้องดูประเด็น ดูสารที่ต้องการสื่อ

"หลักทำละครของเราคือตอบสนองคนดูให้พ้นจากความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวัน สร้างข้อคิดให้เห็นเป็นปรัชญา แต่แล้วแต่ว่าใครจะรับสารได้ ไม่ได้"

ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะกำหนดอายุผู้ชม ซึ่งเรื่องนี้ครอบครัวต้องร่วมดูแลต่อ

สำหรับเสียงของคนดูที่ติ ไม่ชอบ รวมถึงที่ประกาศจะเลิกดูนั้น สมรักษ์บอกว่ารับฟัง แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจำนวนคนดูไม่ได้ลดลงเลย

""อย่าโกหก อย่าหลอกตัวเองอยู่เลย พูดว่า แต่ก็ดู""

ขณะที่ "ฉัตรชัย เชื้อรามัญ" จากขบวนการตาสับปะรด ที่ติดตามเรื่องของสื่อกับเด็กและเยาวชนมาตลอด บอกว่าในความเห็นของเขา ละครเรื่องนี้เป็นตัวอย่างของการท้าทายผู้บริโภคและกระทรวงวัฒนธรรมอย่างเห็นได้ชัดเจน

อีกทั้งยังเห็นว่า เป็นการทำงานแบบไม่สนใจประชาชน

"เพราะเขาถือว่าช่องเป็นของเขา เขาไม่ฟังเสียง พยายามทำให้แรงและดัง พิสูจน์ว่าผู้บริโภคยังต้องการแบบนี้อยู่"

ซึ่งถ้าจะดูแต่เรตติ้ง ก็อาจจะได้คำตอบว่า ใช่ ผู้บริโภคยังต้องการแบบนี้ แต่เราควรจะดูแต่เรตติ้งผู้ชมหรือ เขาถาม

"เพราะถ้าจะพูดในเชิงเรตติ้งโดยไม่สนใจอย่างอื่น ก็ต้องถามผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบกับคนในสังคมว่าคุณกำลังสร้างค่านิยมอะไร ซึ่งมันคนละส่วนกับเรตติ้งเลย ถ้าเราอยากจะสร้างสังคมที่มีคุณงามความดี

"ดังนั้น ถ้ารัฐจะปฏิรูปสื่อก็ทำให้ตรงเป้าหน่อย ถ้าจะทำเอ็นบีที ไทยพีบีเอส แล้ว 3 5 7 9 ล่ะ เพราะถึงอย่างไรสื่อสาธารณะก็ต้องรับผิดชอบสังคม"

ถ้าจะอ้างเรื่องการกำหนดอายุผู้ชมที่เป็น น.18 อันหมายความว่าเหมาะสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ฉัตรชัยก็ว่า คงไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะกำหนดอายุผู้ชมไว้ในระดับไหน พื้นฐานก็น่าจะอยู่ที่ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี แล้วทำทำไม

อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ถ้าแต่ละฝ่ายพูดคนละอย่าง ยืนอยู่คนละมุม ก็คงคุยกันไม่จบ ดังนั้น สิ่งที่ขบวนการตาสับปะรดทำได้คือจะนำละครเรื่องนี้ไปฉายเปรียบเทียบสื่อดีๆ ที่เด็กๆ ทำ

"เอามาเผยแพร่ให้เด็กเห็นว่าผู้ใหญ่เขาคิดกันได้แค่นี้

"คือการต่อสู้ไม่จำเป็นต้องเป็นการต่อสู้ที่ต้องเผชิญหน้า เพราะที่ผ่านมาพอเราทำอะไรไป เราเข้าไปชน กลายเป็นว่าเราเป็นขั้วอีกขั้วหนึ่ง ซึ่งเราไม่ต้องการรบกับใคร"

วิธีการรบแบบใหม่ของตาสับปะรดคือจัดทำเว็บ www.tvkidsthailand.com นำสื่อดีๆ ที่เด็กทำขึ้นมานำเสนอ โดยสื่อที่ว่านอกจากดูผ่านเว็บนี้ได้แล้ว ยังมีการทำเป็นแผ่นซีดีไว้แลกเปลี่ยน ให้เด็ก, โรงเรียนหรือชุมชนที่ทำสื่อลักษณะนี้เหมือนกันส่งงานที่ตัวเองทำมาให้ แล้วพวกเขาก็จะส่งอีก 9 เรื่องที่คนอื่นๆ ทำกลับไปให้ดู ซึ่งที่เป็นอยู่นั้นเขาว่ากลุ่มต่างๆ เหล่านี้จะจัดฉายสื่อดีๆ ที่ว่ากันเป็นประจำ

"นี่กำลังรอแบบท้าทายว่าในวันที่ละครอวสาน ระหว่างสวรรค์เบี่ยงกับสื่อที่เขาเป็นคนผลิตเอง ชุมชนจะดูอะไร"

"จะเลือกเสพแบบไหน ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองจริงๆ"

ที่มา : http://www.luckpim.com/news.asp?nid=64

คู่มือการคอสเพลย์(เป็นสาว!!!)อย่างมืออาชีพ


(คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่)
 

นี่คือหนังสือแนะนำการคอสเพลย์อย่างมืออาชีพ
ซึ่งก็อาจจะดูเป็นหนังสือธรรมดาๆเล่มนึง
แต่มันไม่ธรรมดาตรงที่ว่า
หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือการแนะนำให้
ชายหนุ่มทั้งแท่ง คอสเป็น ตัวละครสาวได้อย่างมืออาชีพ
ภายในเล่มมีการสอนวิธีต่างๆเช่น
ทำหน้าอก
แต่งหน้า
โพสต์ท่า ให้เข้ากับตัวละคร ฯลฯ
รับประกันเลยว่า หากเชี่ยวชาญแล้ว แม้แต่หนุ่มๆก็ต้องหันมามอง!!!

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า
"onna no ko ni naritai cosplay-hen"
หรือก็คือ "ผมอยากเป็นสาว ภาคคอสเพลย์"
สนนราคาที่1500เยนครับ

เล่มนี้เป็นภาคที่สองของหนังสือชื่อเรื่อง
"onna no ko ni naritai" ภาคธรรมดาอันเป็นซีรี่ส์แรก

ใครศึกษาจนเชี่ยวชาญแล้วก็ตัวใครตัวมันละกัน
ที่มา อากิบะบล็อก

Lilium_auratum


================ 

ที่แน่ๆ ผมหมดสังขารที่จะสาวแตกแล้วครับ

แต่ถ้าเป็นเมื่อตอนสมัยเด็ก ผมแต่งหญิงขึ้นนะ ขอบอก

ไว้เอ็นทรีหน้า (หรืออาจจะเป็นชาติหน้า) จะเอามาให้ดู

อย่ามาพูดแบบนี้เด็ดขาด

posted on 20 Apr 2008 13:25 by kennyhass  in ABOUTME

สมัยที่ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม ผมเป็นคนที่เข้ากับเพื่อนไม่ค่อยได้ เพราะผมเป็นคนเฉื่อยชา ค่อนข้างเป็นโอตาคุ ทัศนคติความชอบไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง ก็เลยโดนแกล้งโดนรังแกเป็นประจำ

ผ่านไป6ปีกว่า เพื่อนสมัยมัธยมคนหนึ่งได้โทรมาชวนคุย อีกทั้งยังเชิญให้ผมมาเลี้ยงรุ่นด้วย

ซึ่งแน่นอน ผมไม่มีวันไปงานเลี้ยงเด็ดขาด

ไม่ใช่เพราะกลัวโดนแกล้งอีกหรอกนะ

แต่ผมเคืองคำนี้มากๆ ตอนที่มันชวนคุย

"...กูเกลียดการตัดสินคนจากภายนอก..."

ทุเรศ

เมื่อก่อนพวกมืงรังเกียจกู แบนกูออกจากกลุ่ม รังแกเหยียดหยามกูสารพัด หาว่ากูเป็นเอ๋อ ปัญญาอ่อน อ้วนเตี้ย ตัวประหลาดประจำโรงเรียนมาตั้งแต่ม.1ถึงม.6

แล้วมาตอนนี้พวกมืงยังกล้าพูดว่าเกลียดการตัดสินคนจากภายนอกอย่างงั้นเหรอ

ไม่อายตัวเองก็อายฟ้าดินบ้างเถอะ

ทำร้ายจิตใจกันแล้วยังมีหน้ามาเรียกว่าเป็นเพื่อนกันอีกเหรอ ขอโทษซักคำก็ไม่มี

แล้วมีหน้ามาพูดว่า "อะไรวะ ก็แค่เล่นๆกันสนุก มืงจะเก็บไปคิดอะไรมากวะ"

กูไม่ได้เป็นสัตว์นะโว้ย!! 

...

"โทษที กูไม่ว่าง"

"อะไรวะ ชวนทีไรไม่เคยไปเลย สะกดคำว่าเพื่อนเป็นหรือเปล่าวะ"

"โทษที กูสะกดไม่เป็น บังเอิญคำว่า Friend สำหรับพวกมืง กูสะกดได้แค่ end ว่ะ" 

"..."