posted on 07 May 2012 08:00 by kennyhass
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต คือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมาพร้อมกับการสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เคนก็ยังตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าเขาควรจะสมัครเข้าคณะไหน เรียนอะไร ทำงานอะไร วันหนึ่งเขาเดินเข้าไปคุยกับพ่อ
เคน : พ่อครับ ผมจะเลือกเรียนคณะไหนดี ให้จบมาแล้วมีงานที่ดีทำ
พ่อ : สิ่งที่ลูกจะเรียนนะ พ่อเลือกไว้ให้ตั้งแต่แรกแล้ว
เคน : อะไรเหรอครับ
พ่อ : สิ่งที่พ่อจะให้ลูกเรียนก็คือสิ่งเดียวกันกับสิ่งที่อยู่ในใจลูกนั่นแหละ ชอบอะไรก็เรียนอันนั้นไปเลย เพราะสิ่งที่ลูกชอบกับสิ่งที่ลูกเรียนมันจะอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต ดังนั้นลูกคือคนตัดสินใจ พ่อว่านะ จะเรียนอะไรก็ตามแต่ ไม่ต้องไปห่วงหรอกว่าจบมาแล้วจะมีงานแบบไหนให้เราทำ เพราะว่ามันไม่มีงานใดหรอกที่ต่ำ ถ้าเราทำด้วยใจที่สูง น้ำหยดเล็ก ๆ มันทำให้เกิดผืนป่า ป่าย่อย ๆ มันช่วยฟอกอากาศให้สดชื่น อากาศเพียงน้อยนิดทำให้เกิดสิ่งมีชีวิต ชีวิตมนุษย์พักพิงอยู่บนผืนแผ่นดิน หรือแม้แต่จุลินทรีย์ที่ดูไร้ค่ามันยังช่วยย่อยสลายสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดสมดุล พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันหรอกนะว่าสิ่งไหนมันสำคัญที่สุดในโลกนี้ แต่ว่าถ้าขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป โลกใบนี้มันก็จะไม่เป็นโลกอีกต่อไป แล้วมันจะมีอาชีพไหนไหมละลูกที่ดีที่สุดหรือสำคัญที่สุด มันอยู่ที่ตัวเราจะมองจะตัดสินใจต่างหาก อย่าตัดสินใจอะไรเพียงเพราะบรรทัดฐานของสังคมจนเกินไป สิ่งที่ลูกต้องเรียนก็เรียนตามหัวใจตัวเองนั่นแหละ ไม่ต้องห่วงหรอกว่าจบออกมาแล้วจะมาทำอะไร เพราะไม่ว่าจะทำอะไรขอแค่ทำให้มันสุด ๆ เพราะมันจะเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่เวลาที่เราบอกใครไปว่าเราเก่งในสิ่งที่เราเป็น แม้ว่าหน้าที่นั้นมันจะเป็นเรื่องที่เล็กน้อยต้อยต่ำเพียงใดก็ตาม และมีอีกสิ่งหนึ่งที่พ่ออยากจะบอกลูกมากคือ อย่าไปดูถูกใครหรือดูถูกอาชีพใด ๆ เพียงเพราะเราคิดว่าเขาโง่หรือต้อยต่ำ ในโลกนี้ไม่เคยมีคนโง่ ทุกคนล้วนแต่เป็นคนอัจฉริยะ เพราะถ้าเราไป ตัดสินปลาโดยใช้ความสามารถในการปีนต้นไม้ ทั้งชีวิตมันก็จะคิดว่ามันโง่
เคน : พ่อครับ คณะอะไรที่เรียนจบแล้วหางานได้หลากหลายครับ
พ่อ : บริหารธุรกิจ
ธรรม : ขอบคุณครับ
หมายเหตุ: มุกนี้ ถ้าคนที่ตั้งใจอ่าน จะเข้าใจสิ่งที่ต้องการจะสื่อ แต่ถ้าเป็นคนประเภทยาวไปไม่อ่าน จะพบว่านี่คือมุกตลก
posted on 15 May 2011 22:15 by kennyhass
เรา: น้องครับ iWork กับ Office For Mac อันไหนดีกว่า
เขา: ไม่ทราบครับ ผมยังไม่มี Mac
เรา: อ้าว น้องเป็นพนักงานร้าน iStudio นะ อย่างน้อยต้องเคยใช้สิ
เขา: พี่ครับ ผมแค่ใส่เสื้อลาย Apple ไม่ได้แปลว่าผมเป็นพนักงานนะครับ
เรา: ..........
posted on 01 May 2011 19:52 by kennyhass

เคยมีหลายคนถามเหมือนกันครับคำถามนี้ สั้นๆ ง่ายๆ คือ ขณะนี้กระแสแรงจริงครับ ถ้าอะไรก็ตามที่ถึงขั้นต้องต่อแถวซื้อ เป็นกระแสครับ ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง โทรศัพท์ เครื่องรางของขลัง ของอะไรก็ตามที่แปลกใหม่ คนเห่อเป็นธรรมดาครับ
แต่ถามต่อว่าแล้วกระแสจะหยุดมั้ย ผมว่าคนที่ซื้อตามกระแสก็จะหมดไป ส่วนคนที่ชอบและเล่นจริงจัง ไม่หยุดหรอกครับ ก็คงจะเล่นต่อไปเรื่อยๆ อูคูเลเล่ไม่ใช่ของแปลกใหม่ที่มนุษย์เพิ่งจะคิดค้นกันขึ้นมา มันมีกันมาเป็นร้อยปีแล้ว เพียงแต่คนไทยเพิ่งจะเริ่มรู้จัก เพราะยูทูบ อินเตอร์เน็ต ศิลปินไทยและต่างประเทศที่นำมาเล่น สื่อต่างๆ ที่เข้าถึงกันรวดเร็ว
ที่ฮาวาย ทุกคนรู้จักอูคูเลเล่ เกือบทุกบ้านมีอูคูเลเล่ เด็กหัดเรียนดนตรีด้วยอูคูเลเล่ แต่บ้านเราเริ่มเรียนดนตรีกันด้วยขลุ่ยด้วยอังกะลุง งานอูคูเลเล่ประจำปีที่ฮาวาย จัดกันมา 41 ปีแล้วครับ ทุกปีคนเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตามรัฐต่างๆ ก็มีงานประจำปีของแต่ละรัฐ มีสมาคมมีกลุ่มแก๊งค์ที่พบกันเป็นประจำ แล้วก็ออกคอนเสิร์ตทัวร์ไปที่นู่นที่นี่
แต่คนที่ฮาวายไม่มาต่อแถวซื้ออูคูเลเล่นะครับ เพราะเค้ามีกันหมดแล้ว กระแสเค้าจางไปนานตั้งแต่สมัยคุณปู่เค้าแล้วครับ แต่ทุกวันนี้คุณปู่ คุณหลาน คุณเหลน ก็ยังเล่นอูคูเลเล่ด้วยกัน มันไม่ใช่กระแสครับ แต่มันคือวิถีชีวิต บางคนก็พัฒนาต่อยอดไปเล่นกีตาร์ บางคนก็ยังรักที่จะเล่นอูคูเลเล่ อย่างเช่น Jake Shimubukuro, IZ, หรือแม้แต่คนแคนาดาอย่าง James Hill ที่เค้าก็เรียนอูคูเลเล่ตั้งแต่สมัยเด็ก
โรงเรียนที่สอนอูคูเลเล่เป็นเรื่องเป็นราว ก็มีอยู่หลายโรงเรียน หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยที่สอนเล่นและสอนทำอูคูเลเล่ก็มีเยอะ และเป็นวิชาที่เก็บหน่วยกิตได้ด้วย ซึ่งอันนี้ผมมองอย่างเป็นธรรมว่า มันไม่ใช่กระแส ฝรั่งเค้าเลยจุดนั้นมานานแล้ว สำหรับเค้า อูคูเลเล่คือเครื่องดนตรีที่ไม่ต่างอะไรกับกีตาร์ เปียโน ไวโอลิน
อูคูเลเล่ก็คือเครื่องดนตรี แต่คนมักจะตัดสินอู๊คเพียงผิวเผินว่ามันคือของเด็กเล่น เพราะขนาดที่ดูเล็ก จำนวนสายที่น้อยกว่ากีตาร์ แต่ถ้าศึกษาจริงจังจะพบว่าลิมิตของเครื่องดนตรีอยู่ที่คนเล่นมากกว่า
เครื่องดนตรีก็คืออุปกรณ์ เหมือนกล้องถ่ายรูป เอากล้องถ่ายรูปราคาหลายแสนให้คนถ่ายรูปไม่เป็น ถ่ายออกมายังไงก็ไม่สวยครับ แต่ลองเอากล้องมือถือป๋องแป๋งให้ตากล้องมืออาชีพ รับรองว่าถ่ายออกมาให้คนตกใจได้ว่า รูปสวยรูปนี้มาจากกล้องมือถือจริงๆ หรือ ผมขอยืนยันว่าลิมิตของเครื่องดนตรีอยู่ที่ผู้เล่นครับ
ผู้เล่นที่เก่งก็ย่อมต้องการอุปกรณ์ที่ดี เป็นเรื่องธรรมดาครับ อู๊คก็มีหลายระดับราคา ปัจจุบันกลายเป็นว่ามีการขายโก่งราคา เก็งกำไรกันเกิดขึ้น ปั่นราคาจนมูลค่าของเกินจริง ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผู้ซื้อต้องระมัดระวังอย่าให้ถูกหลอก ลองเทียบดูหลายๆ เจ้า ศึกษาหาข้อมูล ถ้าไม่สบายใจก็อย่าเพิ่งซื้อ อย่าซื้อเพราะเห็นเค้าซื้อกันก็เลยตามๆ กันไป
บางตัวที่มีราคาแพง เพราะมันทำให้เสียงดียากครับ ตัวยิ่งเล็ก ทำผิดนิดเดียวเสียงเพี้ยนไปไกล ดูช่องห่างของเฟรทสิครับ ผิดนิดเดียว intonation ไปเลย ตัวยิ่งเล็กยิ่งทำยาก ไม่อย่างนั้นรถ mini ก็คงจะขายแพงกว่ารถกระบะไม่ได้ครับ มือถือ หรือคอมพ์ยิ่งเล็ก ยิ่งบางก็ยิ่งแพง ก็เพราะมันทำยาก
สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ อยากให้มีโรงเรียนสอนอูคูเลเล่มากขึ้น อยากให้มีศิลปินที่เล่นอูคูเลเล่มากขึ้น มีสังคมของคนที่รักอูคูเลเล่ที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความรู้ แล้วมันจะอยู่ไปได้เรื่อย ๆ หลาย ๆ เว็บไซต์มีการให้ความรู้ สอนการเล่นเพลง มีเว็บบอร์ดที่เปิดรับความคิดเห็น อันนี้เป็นสัญญาณที่ดี ต่อไปวันหนึ่งทุกคนในประเทศไทยอาจจะรู้จักว่าเครื่องดนตรีนี้ คืออะไร แล้วมันก็จะเป็นเหมือนกีตาร์ เปียโน ไวโอลิน ที่จะไม่มีวันจางหายไป ทิศทางของอูคูเลเล่ในเมืองไทย ปัจจุบันผมมองว่าแจ่มใสครับ ตอนนี้มีฐานคนเล่นแล้ว ต่อไปจะมีอะไรอีกหลายอย่างตามมาแน่นอน
ร่ายมาซะยาว ผมว่าลองถามใจตัวเองดูครับ ว่าเราจะเลิกเล่นอู๊คมั้ย ถ้าเพื่อนเราและคนรอบข้างเราเลิกเล่น ถ้าเราเลิก ก็คือเราเล่นตามกระแส แต่ถ้าเรารักจริง ฝึกฝน เจ็บนิ้วก็ยังจะเล่น ขวนขวายหาความรู้อยู่เรื่อย ๆ และแบ่งปันความรู้ ใครจะเลิกเราไม่สน เราก็เล่นของเราไปเพราะเรารักที่จะเล่นแล้ว