ช่วงนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยขยันเขียนนิยายเหมือนแต่ก่อน...

ไม่ได้เอาแต่เล่นปังย่านะ ตั้งแต่อัพเดดเป็นซีซั่น3 ผมก็ไม่ค่อยได้เล่นเลย

พล็อตก็วางไว้แล้ว โครงเรื่องก็มีอยู่เต็มหัวผม

แต่พักหลังนี้ ผมรู้สึกไม่ค่อยมีสมาธิที่จะเขียนเลย

พอผมเปิดโปรแกรมWordปุ๊บ ทันทีที่ผมจะลงมือกดแป้นพิมพ์ ก็เหมือนมีบางอย่างที่สะกดใจให้ผมไม่สามารถเขียนต่อไปได้

ความขี้เกียจครอบงำผมทุกครั้งที่ผมจะลงมือเขียน

กว่าจะฝืนใจเขียนให้จบซักตอน ก็ปาเข้าไป2-3วัน ทั้งๆที่ผมน่าจะเขียนให้จบได้หนึ่งตอนแท้ๆ

ถ้าจะพูดไป ผมเองก็เคยเกือบจะตัดสินใจ เลิกเขียนนิยาย แล้วหันมาใช้ชีวิตแบบที่ผมเคยทำ คือ อ่านการ์ตูน เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง เพราะความขี้เกียจมาแล้ว

เพราะเขียนนิยาย ไม่ใช่ว่าจะสบาย ออกจะเมื่อยล้าและเหนื่อยหน่ายมากๆ

ยิ่งต้องมาเจอกับคำครหาของร้อยพ่อพันแม่ ยิ่งปั่นทอนกำลังใจที่จะเขียนไปเยอะมาก

แต่เมื่อมาลองคิดดูอีกที...

"กว่าจะมีการ์ตูนให้เราอ่าน มีเกมให้เราเล่น มีหนังให้เราดู มีเพลงให้เราฟัง ผู้สร้างก็คงต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้า และความขี้เกียจที่ครอบงำจิตใจ ไม่ต่างจากเราเลยนี่หน่า?"

"เขาทำมาหลายสิบปี ยังทนได้ เราพึ่งจะเริ่มแค่ไม่กี่ปี ทำไมเราจะทนไม่ได้? เราก็คนเหมือนพวกเขาไม่ใช่เหรอ?"

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเลิกที่จะเขียนนิยายด้วยเหตุผลงี่เง่าว่าเหนื่อยหรือขี้เกียจไม่ไดเป็นอันขาด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ของบางอย่างมันต้องอดทนแบบนี้ล่ะครับ

ไม่มีสูตรสำเร็จของความฝัน นอกจากความตั้งใจของเรา

อะไรก็ตามที่ดี ยังไงก็ไม่ดีทั้งร้อย อย่างน้อยก็ต้องมีคนไม่เห็นด้วยกับเราบ้าง

หากคุณสามารถฟันฝ่าอุปสรรคได้ สักวันสิ่งที่คุณต้องการจะเป็นจริง

ขอเพียงเชื่อมั่นครับ
keep on going still wait for your work ,even it look good in other one eyes but there are many people eyes on u..

#2 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-05-03 09:05

เคยเรียน รด มีคำคมคำนึงบอกว่า ความอดทนเป็นสิ่งขมขื่น แต่ผลของมันหวานชื่นเสอมครับ
นั่นสิ นิยายเลิกเขียนด้วยเหตุผลว่าขี้เกียจไม่ได้

#5 By Mobster'sFiction on 2007-05-03 13:53

น่ารังเกียจจริงๆเลยเนอะ ไอ้เจ้าตัวขี้เกียจนี่น่ะ แต่ทำไมตัวเรายังเลี้ยงมันไว้อยู่ได้ มันกินอะไรเป็นอาหารนะ ความเฉื่อยชา หรอ เฮ้อเกลียดมันจริงๆๆๆๆๆ แต่ถึงตอนนี้ก็เลี้ยงมันไว้เต็มตัวเลยล่ะ แต่นี่ก็ถึงเวลากำจัดมันแล้วนี่ ใกล้เปิดเทอมแล้วนี่นา ไปอยู่ค่ายอพยพเลยไป๊

#6 By ~tunareeht~ on 2007-05-03 18:48

ถูกต้องแล้วคร๊าบ.... คิดได้เยี่ยม คนอื่นๆเค้าทำกันได้มาตั้งนมนาน แล้วเราจะยอมแพ้กับเรื่องแค่นี้ได้ยังไง พยายามต้องไปต่อสู้กับมารขี้เกียจ เพื่อที่เราจะได้มีนิยายอ่าน และเพื่อทีเราจะได้มีนักแต่งนิยายโด่งดัง ... จริงๆเรื่องนี้สามารถคิดได้กับงาน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือเจ้าของกิจการอันย่อมๆ ไปจนถึง หญ่ายๆๆ ทุกๆอย่างต้องมีความอดทน

#7 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-05-03 23:10

สุดยอดสปิริต

สู้ๆนะจ๊ะเคนซังงงงง

อ่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊า

ขอแอ๊ดล่ะน๊า
พี่นี่คิดดีจัง

นู๋นี่คิดไม่ได้เท่าพี่เลยแต่ก็ต้องเผชิณหน้ากับความเนื่อยล้าทุกคนเหละคะเพียงแต่ว่าเราต้องมีใจสู้เท่านั้นเน้อถึงจะประสบความสำเร็จ

สู้ต่อไปนะคะจะรอติดตามผลงานพี่ต่อไปนะคะ
ขอบคุณครับ

#10 By KennyHass on 2007-05-05 21:26