เมื่อผมได้คุยกับรุ่นน้องนักเขียนด้วยกัน
posted on 20 Feb 2008 10:35 by kennyhass in ABOUTMEพอดีว่าออนเอ็มแล้วน้องเข้ามาทัก
"พี่เคนๆ อ่านนิยายของผมหรือยัง"
"เรื่องไหน?" ผมถาม
"เรื่องใหม่ของผมไง ยังไม่เคยอัพลงเด็กดีเลยนะ" (เออ ดี ไม่ได้อัพ กูคงได้อ่านหรอกเนอะ) "ว่าจะเอามาให้พี่อ่านเป็นคนแรก อ่านแล้วช่วยวิจารณ์ให้ด้วยนะครับ"
"พี่อ่านแนวโรงเรียนเวทมนตร์มาจนเบื่อแล้วนะ" ผมพูดดักคอไว้ก่อน
"รับรองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่โรงเรียนเวทมนตร์ติงต๊องแน่นอน อ่านแล้วพี่จะไม่ผิดหวัง"
จากนั้นผมก็รับไฟล์นิยายของน้องมาอ่านอยู่ประมาณ5นาที
..
...
....
"เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรรึ"
เนื้อหาที่ผมอ่านได้อ่านเป็นเพียงบทนำซึ่งยาว13หน้าwordซึ่งอ่านแล้วไม่เข้าใจ จู่ๆมาถึงพระเอกก็จูงมือนางเอกหนีออกจากปราสาท ฟันพวกทหารตายเป็นใบไม้ร่วง
"เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่เติบโตมาครอบครัวนักฆ่าไงพี่" น้องคนนั้นตอบอย่างมั่นใจมาก
"......"
"เด็กคนนั้นได้รับภารกิจให้เข้ามาลักพาเจ้าหญิง"
"......."
"แต่ไปๆมาๆ กลับกลายเป็นว่าเจ้าหญิงอยากให้นักฆ่าคนนั้นพาเธอหนีให้พ้นจากราชินีซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของเธอ"
(เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนนะ....)
"แล้วทำไมพระเอกถึงยอมทำตามที่ขอ"
"เพราะพระเอกเองก็ชอบนางเอกอยู่ลึกๆไงล่ะพี่"
"เรื่องนี้โชว์ฉากการฆ่าได้โหดจนเห็นภาพเลยนะ มีปาดคอ มีหักกระดูก มีกระชากสันหลัง มีบรรยายลักษณะศพด้วย"
"แหม เรื่องนี้พระเอกเป็นนักฆ่า มันก็ต้องโชว์ฉากการฆ่าโหดๆให้สมกับเป็นนักฆ่าสิครับ"
(ไม่คิดว่าเด็กสมัยนี้จะซาดิสต์โคตรๆ จนฮัลนิบาลเรียกพี่)
"พี่สงสัยอยู่อย่าง" ผมพูดขัดจังหวะขณะที่น้องกำลังโอ้อวดถึงสรรพคุณของพระเอก "ครอบครัวพระเอกเป็นนักฆ่า แล้วทำไมถึงรับงานเล็กๆแค่ลักพาตัว"
"โธ่พี่ นักฆ่าไม่ได้รับงานแค่ฆ่าคนอย่างเดียวนี่"
"งั้นก็ให้โจรที่ไหนไปลักพาตัวก็ได้นี่"
"ก็เพราะพระเอกมีฝีมือดีจนใครๆก็ยอมรับ จะไปจ้างคนอื่นให้เสียเวลาทำไม"
"ทำไมครอบครัวนักฆ่าถึงส่งเด็ก15ขวบไปทำภารกิจแค่คนเดียว"
"เพราะพระเอกเก่งมากจนทางครอบครัวไว้วางใจให้ทำคนเดียวไงครับ อีกอย่าง ไปคนเดียวจะคล่องตัวกว่าไปหลายคน"
"ดาบที่พระเอกใช้ ใหญ่จนขนาดฟันม้าขาดเป็นสองท่อนเลยเหรอ" ผมอ่านแล้วนึกภาพดาบของพี่คล้าวหรือป๋ากัดขึ้นมาทันที
"ครับ พระเอกมีกำลังมากพอที่จะถือดาบหนัก40กิโลได้ เก่งใช่มั้ยล่ะ"
"แรงเยอะขนาดนั้น น่าจะยกประตูที่ปิดขึ้นมาได้นี่" มีอยู่ตอนหนึ่งที่ประตูทางออกถูกปิด ทำให้ทั้งสองหนีออกไปไม่ได้ และเรื่องก็ตัดจบตอนแค่ตรงนั้น
"โห พี่เคนก็นะ ประตูมันหนักตั้ง100กิโล ใครจะไปยกไหว"
"ถามไร้สาระหน่อยนะ พระเอกยังเด็ก ทำไมถึงมีผมเทา ตาก็เทาด้วย" คลับคล้าบคลับคลาว่าผมเคยเห็นที่ไหน
"มันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเผ่าพันธุ์ครับพี่"
"แบบนี้เวลาไปฆ่าใครก็เป็นที่สังเกตน่ะสิ"
"เพราะอย่างงี้ไง ผมถึงให้ในเรื่อง พระเอกต้องใส่ผ้าคลุมปิดหน้า"
"......"
"พี่ว่าเรื่องนี้โอเคมั้ย"
"........ก็ดีนะ ไม่ลองเอาไปลงเด็กดีล่ะ"
"ไม่เอาหรอกพี่ เรื่องนี้ผมกะจะเขียนให้จบแล้วส่งสนพ.เลย ผมไม่อยากให้ใครมาลอกไอเดียจากเรื่องของผม"
"คิดอยู่นานมั้ย กว่าจะได้เรื่องนี้"
"ไม่ค่อยนานหรอกครับ จู่ๆเนื้อเรื่องมันก็ผุดขึ้นมาในหัว เลยเอามาเขียนครับ"
"เหรอ"
"คอยดูนะครับพี่เคน สักวันหนึ่งผมจะทำนิยายเรื่องนี้ให้เป็นรูปเล่มให้ได้ หวังว่าเราสองคนคงได้ออกหนังสือพร้อมกันนะครับ"
"อืม ขอให้โชคดี" ผมตอบ "พี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะ"
"ครับ"
...
......
หนึ่งปีผ่านไป ผมก็ไม่ได้ยินข่าวคราวจากน้องอีกเลย จนถึงทุกวันนี้
ดูท่าทางน้องคนนั้นคงจะเข้าใจตัวเองแล้วสินะ ว่าตนมีคุณสมบัติความเป็นนักเขียนมากน้อยแค่ไหน
รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่ไม่ได้ตักเตือนถึงเรื่องที่เขาควรจะรู้

ว่าแต่คุณรุ่นน้องคนนั้นคงกำลังปรับปรุงต้นฉบับ และ การดำเนินเรื่องอยู่มั้ง เลยใช้เวลานาน(ไม่ค่อยจะ)หน่อยมั้งครับ
#1 By คนธรรมดา on 2008-02-20 11:13