ที่มา : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1078928

 


พูดแบบนี้อาจตีขลุมเกินไป เพราะในหมู่คนดู บางกลุ่มอาจจะอยู่ "ชั้น 7" บริเวณที่มีความสุขสุดสุดแบบเดียวกับช่อง 3 คนทำ ""สวรรค์เบี่ยง"" ละครกระแสแรง ที่ตอนนี้เรตติ้งผู้ชมพุ่งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ขณะที่คนดูอีกกลุ่มก็ออกอาการ "รับไม่ได้" กับพฤติกรรมตัวละครที่ก้าวร้าว รุนแรง ด่าพ่อ ล่อผู้หญิงไปข่มขืน แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฯลฯ ซึ่งนับวันความเห็นของคนดูทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็ยิ่งแตกต่างอย่างสุดขั้ว

ด้วยฝ่ายที่ชอบก็ชอบมาก ส่วนที่ไม่ชอบก็ถึงขั้นรับไม่ได้ และหลายคนประกาศจะเลิกดู ซึ่งจริงไม่จริงอย่างไร ไม่รู้ รู้แต่ "สมรักษ์ ณรงค์วิชัย" ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ ช่อง 3 บอกว่าเท่าที่ทีมงานสำรวจมา พบว่าคนเปิดทุกบ้าน ส่งผลให้ละครได้รับความนิยมอย่างที่ตั้งใจไว้

ส่วนเรื่องไม่ตั้งใจ แต่ก็เกิดขึ้นมากมายคือเสียงวิจารณ์นั้น เขาก็ว่า อยากจะให้ดูเหตุผลและที่มาที่ไปของเรื่อง

"คนเขียนบทหาเหตุผลของเรื่องให้แล้ว และเราพยายามทำให้สมควรกับเหตุที่ต้องทำ ทำให้เห็นว่าที่พระเอกทำขนาดนี้เพราะแม่เลี้ยงเริ่มก่อสงคราม"

อย่างไรก็ตาม ฉากข่มขืน ที่แฟนๆ บ่นว่าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ประเภทซ้ำแล้วซ้ำอีกนั้น สมรักษ์ว่ามีไม่เยอะหรอก เพราะอีกเดี๋ยวพอพ่อพระเอกตาย นางเอกก็หนีออกจากบ้านแล้ว

"แล้วอย่าดูเป็นซีนๆ ดูเป็นซีนมีปัญหาทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนังชาติไหน ต้องดูภาพรวม ว่ามีการวางเหตุผลและโครงเรื่องทั้งหมดไว้อย่างไร"

ซึ่งในความเห็นของเขาแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เนื้อหาดี แม้ "กฤษณา อโศกสิน" จะเขียนไว้หลายสิบปีแล้ว แต่เรื่องลูกที่มีปัญหาจากการเลี้ยงดูของครอบครัวก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม

"เราตีแผ่ว่าปัญหาเกิดมาจากตรงไหน เป็นการสะท้อนสังคม ไม่ได้อยากจะมันอย่างเดียว"

พิสูจน์ได้จากภาพในหลายๆ ฉาก แม้กระทั่งฉากข่มขืนที่พูดกันนักหนา ว่าบางทีนางเอกถูกข่มขืนคืนเดียวตั้ง 3 ครั้ง

"ทางภาพไม่มีเลยนะ" เขายืนยัน

"เป็นการจินตนาการกัน เพราะในละครพอล้มตัวแล้วก็จบ แต่เป็นอะไรที่คนคิดกันต่อเอง เราไม่ได้ทำอะไรให้ชัดเจนขนาดนั้น

"เราพยายามทำอะไรที่หลากหลาย ตอบโจทย์คนดูหลายๆ โจทย์ โดยระมัดระวังและแคร์สังคม แต่นี่เป็นเรื่องของมุมมองที่ต่างกัน"


เหมือนเรื่อง ""จำเลยรัก"" ที่เขาว่าจริงๆ เป็นเรื่องของความกตัญญู แต่คนก็พูดแต่เรื่องตบจูบอย่างเดียว

"สวรรค์เบี่ยง พ่อเลี้ยงลูกไม่ดี จนลูกบกพร่องทางจิต เราก็พยายามถ่ายทอดตรงนี้ ต้องดูประเด็น ดูสารที่ต้องการสื่อ

"หลักทำละครของเราคือตอบสนองคนดูให้พ้นจากความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวัน สร้างข้อคิดให้เห็นเป็นปรัชญา แต่แล้วแต่ว่าใครจะรับสารได้ ไม่ได้"

ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะกำหนดอายุผู้ชม ซึ่งเรื่องนี้ครอบครัวต้องร่วมดูแลต่อ

สำหรับเสียงของคนดูที่ติ ไม่ชอบ รวมถึงที่ประกาศจะเลิกดูนั้น สมรักษ์บอกว่ารับฟัง แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจำนวนคนดูไม่ได้ลดลงเลย

""อย่าโกหก อย่าหลอกตัวเองอยู่เลย พูดว่า แต่ก็ดู""

ขณะที่ "ฉัตรชัย เชื้อรามัญ" จากขบวนการตาสับปะรด ที่ติดตามเรื่องของสื่อกับเด็กและเยาวชนมาตลอด บอกว่าในความเห็นของเขา ละครเรื่องนี้เป็นตัวอย่างของการท้าทายผู้บริโภคและกระทรวงวัฒนธรรมอย่างเห็นได้ชัดเจน

อีกทั้งยังเห็นว่า เป็นการทำงานแบบไม่สนใจประชาชน

"เพราะเขาถือว่าช่องเป็นของเขา เขาไม่ฟังเสียง พยายามทำให้แรงและดัง พิสูจน์ว่าผู้บริโภคยังต้องการแบบนี้อยู่"

ซึ่งถ้าจะดูแต่เรตติ้ง ก็อาจจะได้คำตอบว่า ใช่ ผู้บริโภคยังต้องการแบบนี้ แต่เราควรจะดูแต่เรตติ้งผู้ชมหรือ เขาถาม

"เพราะถ้าจะพูดในเชิงเรตติ้งโดยไม่สนใจอย่างอื่น ก็ต้องถามผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบกับคนในสังคมว่าคุณกำลังสร้างค่านิยมอะไร ซึ่งมันคนละส่วนกับเรตติ้งเลย ถ้าเราอยากจะสร้างสังคมที่มีคุณงามความดี

"ดังนั้น ถ้ารัฐจะปฏิรูปสื่อก็ทำให้ตรงเป้าหน่อย ถ้าจะทำเอ็นบีที ไทยพีบีเอส แล้ว 3 5 7 9 ล่ะ เพราะถึงอย่างไรสื่อสาธารณะก็ต้องรับผิดชอบสังคม"

ถ้าจะอ้างเรื่องการกำหนดอายุผู้ชมที่เป็น น.18 อันหมายความว่าเหมาะสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ฉัตรชัยก็ว่า คงไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะกำหนดอายุผู้ชมไว้ในระดับไหน พื้นฐานก็น่าจะอยู่ที่ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี แล้วทำทำไม

อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ถ้าแต่ละฝ่ายพูดคนละอย่าง ยืนอยู่คนละมุม ก็คงคุยกันไม่จบ ดังนั้น สิ่งที่ขบวนการตาสับปะรดทำได้คือจะนำละครเรื่องนี้ไปฉายเปรียบเทียบสื่อดีๆ ที่เด็กๆ ทำ

"เอามาเผยแพร่ให้เด็กเห็นว่าผู้ใหญ่เขาคิดกันได้แค่นี้

"คือการต่อสู้ไม่จำเป็นต้องเป็นการต่อสู้ที่ต้องเผชิญหน้า เพราะที่ผ่านมาพอเราทำอะไรไป เราเข้าไปชน กลายเป็นว่าเราเป็นขั้วอีกขั้วหนึ่ง ซึ่งเราไม่ต้องการรบกับใคร"

วิธีการรบแบบใหม่ของตาสับปะรดคือจัดทำเว็บ www.tvkidsthailand.com นำสื่อดีๆ ที่เด็กทำขึ้นมานำเสนอ โดยสื่อที่ว่านอกจากดูผ่านเว็บนี้ได้แล้ว ยังมีการทำเป็นแผ่นซีดีไว้แลกเปลี่ยน ให้เด็ก, โรงเรียนหรือชุมชนที่ทำสื่อลักษณะนี้เหมือนกันส่งงานที่ตัวเองทำมาให้ แล้วพวกเขาก็จะส่งอีก 9 เรื่องที่คนอื่นๆ ทำกลับไปให้ดู ซึ่งที่เป็นอยู่นั้นเขาว่ากลุ่มต่างๆ เหล่านี้จะจัดฉายสื่อดีๆ ที่ว่ากันเป็นประจำ

"นี่กำลังรอแบบท้าทายว่าในวันที่ละครอวสาน ระหว่างสวรรค์เบี่ยงกับสื่อที่เขาเป็นคนผลิตเอง ชุมชนจะดูอะไร"

"จะเลือกเสพแบบไหน ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองจริงๆ"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ยอมรับว่าเราติดละครเรื่องนี้อย่างหน้าชื่นตาบานนะคะ
ชอบตัวละคร ชอบเคน ชอบแอน ชอบดิรก ชอบน้ำผึ้ง
เราดูแบบรู้ว่าอะไรดี อะไรเลว ดูเอาสนุกไม่หวังสาระอะไรมากมายหรอกค่ะ ถ้าอยากได้สาระคงไปดูรายการอื่นมากกว่า

#1 By eeddy(อี๊ด) on 2008-04-21 18:32

ด่าพ่อ ล่อผู้หญิงไปข่มขืน = ด่าพ่อ ล่อแม่
................สินะๆๆๆๆๆ


น้ำเน่าแบบที่ละครเท่านั้นที่จะทำได้sad smile

#2 By Verjil on 2008-04-21 19:25

ไม่ได้ดูอะค่ะ ชอบหลับมากกว่าไม่ก็เปิดการ์ตูนดูแทน
แหม่ เอาเข้าจิงๆมันก้อหนังล่ะนะ

ทีหนังเนี่ย ไทยไม่มีว่าอะไรเรยนะ

ทีการ์ตตูนเนี่ยยยยย (เคือง)

แต่ก้อติดนะ 55 มันดี
ผมเองก็ไม่ได้ดู ถึงจะเล่นดี แต่เนื้อเรื่องแย่จริงๆ

#5 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-04-21 22:34

ดูแค่ตอนเดียว แล้วพอ ไม่ใช่แนว(พูดแบบนี้ทำร้ายจิตใจคนดูป่าว ผมว่ามันเป็นแค่หนังเรตRเกรดต่ำ)

สมกับเป็นคนไทย จัดเรตให้ แต่พอฉายแล้วบ่นว่าไม่ดี แบบนี้มีแค่ 2 เรตก็พอแล้ว สำหรับเด็ก กับบุคคลทั่วไป ไม่ยุ่งยากดี นอกนั้นก็ห้ามฉายไปเลย สิ้นเรื่อง ชอบทำอะไรให้ยุ่งยาก

#6 By o.OSnookerMaNO.o on 2008-04-21 22:34

ลองถามวัยรุ่นดู... กี่คนที่ยังดูละครไทย??

#7 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-04-21 23:02

ไม่ได้ดูละครมานานแล้วค่ะ จะปีแล้วมั้ง
ชอบคุณน้ำผึ้งbig smile แต่ก็ไม่ได้ดู เรื่องนี้ sad smile
ว่าจะดูๆ แต่ก็นอนอ่านหนังสือการ์ตูนทุกที sad smile

#8 By ~tunareeht~ on 2008-04-22 08:17