สวรรค์เบี่ยง นรกส่ายหน้่า พระเจ้าระอา ซาตานช้ำจิต
posted on 21 Apr 2008 18:16 by kennyhassที่มา : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1078928

พูดแบบนี้อาจตีขลุมเกินไป เพราะในหมู่คนดู บางกลุ่มอาจจะอยู่ "ชั้น 7" บริเวณที่มีความสุขสุดสุดแบบเดียวกับช่อง 3 คนทำ ""สวรรค์เบี่ยง"" ละครกระแสแรง ที่ตอนนี้เรตติ้งผู้ชมพุ่งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ขณะที่คนดูอีกกลุ่มก็ออกอาการ "รับไม่ได้" กับพฤติกรรมตัวละครที่ก้าวร้าว รุนแรง ด่าพ่อ ล่อผู้หญิงไปข่มขืน แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฯลฯ ซึ่งนับวันความเห็นของคนดูทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็ยิ่งแตกต่างอย่างสุดขั้ว
ด้วยฝ่ายที่ชอบก็ชอบมาก ส่วนที่ไม่ชอบก็ถึงขั้นรับไม่ได้ และหลายคนประกาศจะเลิกดู ซึ่งจริงไม่จริงอย่างไร ไม่รู้ รู้แต่ "สมรักษ์ ณรงค์วิชัย" ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ ช่อง 3 บอกว่าเท่าที่ทีมงานสำรวจมา พบว่าคนเปิดทุกบ้าน ส่งผลให้ละครได้รับความนิยมอย่างที่ตั้งใจไว้
ส่วนเรื่องไม่ตั้งใจ แต่ก็เกิดขึ้นมากมายคือเสียงวิจารณ์นั้น เขาก็ว่า อยากจะให้ดูเหตุผลและที่มาที่ไปของเรื่อง
"คนเขียนบทหาเหตุผลของเรื่องให้แล้ว และเราพยายามทำให้สมควรกับเหตุที่ต้องทำ ทำให้เห็นว่าที่พระเอกทำขนาดนี้เพราะแม่เลี้ยงเริ่มก่อสงคราม"
อย่างไรก็ตาม ฉากข่มขืน ที่แฟนๆ บ่นว่าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ประเภทซ้ำแล้วซ้ำอีกนั้น สมรักษ์ว่ามีไม่เยอะหรอก เพราะอีกเดี๋ยวพอพ่อพระเอกตาย นางเอกก็หนีออกจากบ้านแล้ว
"แล้วอย่าดูเป็นซีนๆ ดูเป็นซีนมีปัญหาทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนังชาติไหน ต้องดูภาพรวม ว่ามีการวางเหตุผลและโครงเรื่องทั้งหมดไว้อย่างไร"
ซึ่งในความเห็นของเขาแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เนื้อหาดี แม้ "กฤษณา อโศกสิน" จะเขียนไว้หลายสิบปีแล้ว แต่เรื่องลูกที่มีปัญหาจากการเลี้ยงดูของครอบครัวก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม
"เราตีแผ่ว่าปัญหาเกิดมาจากตรงไหน เป็นการสะท้อนสังคม ไม่ได้อยากจะมันอย่างเดียว"
พิสูจน์ได้จากภาพในหลายๆ ฉาก แม้กระทั่งฉากข่มขืนที่พูดกันนักหนา ว่าบางทีนางเอกถูกข่มขืนคืนเดียวตั้ง 3 ครั้ง
"ทางภาพไม่มีเลยนะ" เขายืนยัน
"เป็นการจินตนาการกัน เพราะในละครพอล้มตัวแล้วก็จบ แต่เป็นอะไรที่คนคิดกันต่อเอง เราไม่ได้ทำอะไรให้ชัดเจนขนาดนั้น
"เราพยายามทำอะไรที่หลากหลาย ตอบโจทย์คนดูหลายๆ โจทย์ โดยระมัดระวังและแคร์สังคม แต่นี่เป็นเรื่องของมุมมองที่ต่างกัน"
เหมือนเรื่อง ""จำเลยรัก"" ที่เขาว่าจริงๆ เป็นเรื่องของความกตัญญู แต่คนก็พูดแต่เรื่องตบจูบอย่างเดียว
"สวรรค์เบี่ยง พ่อเลี้ยงลูกไม่ดี จนลูกบกพร่องทางจิต เราก็พยายามถ่ายทอดตรงนี้ ต้องดูประเด็น ดูสารที่ต้องการสื่อ
"หลักทำละครของเราคือตอบสนองคนดูให้พ้นจากความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวัน สร้างข้อคิดให้เห็นเป็นปรัชญา แต่แล้วแต่ว่าใครจะรับสารได้ ไม่ได้"
ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะกำหนดอายุผู้ชม ซึ่งเรื่องนี้ครอบครัวต้องร่วมดูแลต่อ
สำหรับเสียงของคนดูที่ติ ไม่ชอบ รวมถึงที่ประกาศจะเลิกดูนั้น สมรักษ์บอกว่ารับฟัง แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจำนวนคนดูไม่ได้ลดลงเลย
""อย่าโกหก อย่าหลอกตัวเองอยู่เลย พูดว่า แต่ก็ดู""
ขณะที่ "ฉัตรชัย เชื้อรามัญ" จากขบวนการตาสับปะรด ที่ติดตามเรื่องของสื่อกับเด็กและเยาวชนมาตลอด บอกว่าในความเห็นของเขา ละครเรื่องนี้เป็นตัวอย่างของการท้าทายผู้บริโภคและกระทรวงวัฒนธรรมอย่างเห็นได้ชัดเจน
อีกทั้งยังเห็นว่า เป็นการทำงานแบบไม่สนใจประชาชน
"เพราะเขาถือว่าช่องเป็นของเขา เขาไม่ฟังเสียง พยายามทำให้แรงและดัง พิสูจน์ว่าผู้บริโภคยังต้องการแบบนี้อยู่"
ซึ่งถ้าจะดูแต่เรตติ้ง ก็อาจจะได้คำตอบว่า ใช่ ผู้บริโภคยังต้องการแบบนี้ แต่เราควรจะดูแต่เรตติ้งผู้ชมหรือ เขาถาม
"เพราะถ้าจะพูดในเชิงเรตติ้งโดยไม่สนใจอย่างอื่น ก็ต้องถามผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบกับคนในสังคมว่าคุณกำลังสร้างค่านิยมอะไร ซึ่งมันคนละส่วนกับเรตติ้งเลย ถ้าเราอยากจะสร้างสังคมที่มีคุณงามความดี
"ดังนั้น ถ้ารัฐจะปฏิรูปสื่อก็ทำให้ตรงเป้าหน่อย ถ้าจะทำเอ็นบีที ไทยพีบีเอส แล้ว 3 5 7 9 ล่ะ เพราะถึงอย่างไรสื่อสาธารณะก็ต้องรับผิดชอบสังคม"
ถ้าจะอ้างเรื่องการกำหนดอายุผู้ชมที่เป็น น.18 อันหมายความว่าเหมาะสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ฉัตรชัยก็ว่า คงไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะกำหนดอายุผู้ชมไว้ในระดับไหน พื้นฐานก็น่าจะอยู่ที่ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี แล้วทำทำไม
อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ถ้าแต่ละฝ่ายพูดคนละอย่าง ยืนอยู่คนละมุม ก็คงคุยกันไม่จบ ดังนั้น สิ่งที่ขบวนการตาสับปะรดทำได้คือจะนำละครเรื่องนี้ไปฉายเปรียบเทียบสื่อดีๆ ที่เด็กๆ ทำ
"เอามาเผยแพร่ให้เด็กเห็นว่าผู้ใหญ่เขาคิดกันได้แค่นี้
"คือการต่อสู้ไม่จำเป็นต้องเป็นการต่อสู้ที่ต้องเผชิญหน้า เพราะที่ผ่านมาพอเราทำอะไรไป เราเข้าไปชน กลายเป็นว่าเราเป็นขั้วอีกขั้วหนึ่ง ซึ่งเราไม่ต้องการรบกับใคร"
วิธีการรบแบบใหม่ของตาสับปะรดคือจัดทำเว็บ www.tvkidsthailand.com นำสื่อดีๆ ที่เด็กทำขึ้นมานำเสนอ โดยสื่อที่ว่านอกจากดูผ่านเว็บนี้ได้แล้ว ยังมีการทำเป็นแผ่นซีดีไว้แลกเปลี่ยน ให้เด็ก, โรงเรียนหรือชุมชนที่ทำสื่อลักษณะนี้เหมือนกันส่งงานที่ตัวเองทำมาให้ แล้วพวกเขาก็จะส่งอีก 9 เรื่องที่คนอื่นๆ ทำกลับไปให้ดู ซึ่งที่เป็นอยู่นั้นเขาว่ากลุ่มต่างๆ เหล่านี้จะจัดฉายสื่อดีๆ ที่ว่ากันเป็นประจำ
"นี่กำลังรอแบบท้าทายว่าในวันที่ละครอวสาน ระหว่างสวรรค์เบี่ยงกับสื่อที่เขาเป็นคนผลิตเอง ชุมชนจะดูอะไร"
"จะเลือกเสพแบบไหน ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองจริงๆ"
Tags: thai, ละคร, สวรรค์เบี่ยง8 Comments

แต่ก็ไม่ได้ดู เรื่องนี้
ชอบตัวละคร ชอบเคน ชอบแอน ชอบดิรก ชอบน้ำผึ้ง
เราดูแบบรู้ว่าอะไรดี อะไรเลว ดูเอาสนุกไม่หวังสาระอะไรมากมายหรอกค่ะ ถ้าอยากได้สาระคงไปดูรายการอื่นมากกว่า
#1 By eeddy(อี๊ด) on 2008-04-21 18:32